ความเข้าใจผิดทั่วไปเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำเสาที่ 2 ของ OECD สำหรับกลุ่มวิสาหกิจข้ามชาติในประเทศไทย
กลุ่มวิสาหกิจข้ามชาติ (MNE) จำนวนมากที่ดำเนินงานในประเทศไทยมีความเข้าใจผิดว่า การมีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมาย (CIT) ตั้งแต่ร้อยละ 15 ขึ้นไป จะทำให้ไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ Pillar Two ของ OECD โดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่เป็นความจริงเสมอไป นายปรินทร์ ทรัพย์ไสวผล และนายพีระ เจนการศึก จากบริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย จำกัด อธิบายว่า กฎเกณฑ์ GloBE Rules คำนวณอัตราภาษีที่มีประสิทธิภาพ (ETR) โดยใช้ภาษีที่ปรับปรุงแล้ว (ACT) ซึ่งรวมถึงภาษีรอตัดบัญชี ความแตกต่างด้านเวลา และรายได้ที่ได้รับการยกเว้น ทำให้ ETR อาจต่ำกว่าร้อยละ 15 แม้ภาษีตามกฎหมายจะสูงกว่า
หลักเกณฑ์ Pillar Two บังคับใช้กับกลุ่ม MNE ที่มีรายได้รวมตามงบการเงินรวมอย่างน้อย 750 ล้านยูโร ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี จาก 4 ปีล่าสุด ข้อเข้าใจผิดสำคัญมีดังนี้:
1. **อัตราภาษีตามกฎหมาย vs. ETR:** อัตราภาษี CIT สูงไม่การันตีการยกเว้น ต้องคำนวณ ACT ซึ่งต้องพิจารณาภาษีรอตัดบัญชี แม้กิจการบางแห่งอาจไม่ต้องบันทึกตามมาตรฐาน TFRS สำหรับกิจการที่ไม่ใช่สาธารณะ 2. **ขอบเขตการบังคับใช้:** พิจารณาจากรายได้รวมของกลุ่ม ไม่ใช่สถานที่ตั้งบริษัทแม่ กลุ่มที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศจึงต้องปฏิบัติตาม alike และบริษัทย่อยในไทยต้องเตรียมข้อมูลสนับสนุน 3. **มาตรการ Safe Harbour:** Transitional CbCR Safe Harbour ช่วยลดภาระชั่วคราว สำหรับรอบบัญชีที่เริ่มก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2027 แต่ไม่ใช่ทางออกถาวร การผ่านเกณฑ์นี้ไม่ได้ยืนยันว่า GloBE ETR จะสูงกว่าร้อยละ 15 เสมอไป 4. **ความแตกต่างของ ETR:** Simplified ETR และ GloBE ETR มีวิธีการคำนวณต่างกัน
ฟอร์วิส มาร์สซาร์ แนะนำให้กลุ่มบริษัทเตรียมตัวล่วงหน้า ระบุขอบเขต และจัดการภาษีรอตัดบัญชี เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่เหลือของปี 2026
M31 เรียบเรียงข้อเท็จจริงสำคัญจากรายงานตามแหล่งข้อมูลด้านล่าง โปรดอ่านรายละเอียดจากต้นฉบับ
บทความนี้เรียบเรียงโดยใช้การแปลด้วย AI อาจมีข้อผิดพลาดบางส่วน โปรดตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่มาต้นฉบับด้านล่าง